" พิธีรายงานตนเองของทัพเรือภาคที่ ๒ "
เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗ พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ เป็นประธานในพิธีรายงานตนเองของกำลังพลทัพเรือภาคที่ ๒ เนื่องในโอกาสที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือโท นเรศ วงศ์ตระกูล รับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ พร้อมกันนี้ ได้มอบโอวาทเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้กำลังพลทุกนายร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความเสียสละ อดทน ซื่อสัตย์สุจริต เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนอื่น พร้อมทั้งจะดำรงและเสริมสร้างขีดความสามารถของทัพเรือภาคที่ ๒ รวมทั้งการดูแลด้านสวัสดิการให้แก่กำลังพลและครอบครัว เพื่อให้ทัพเรือภาคที่ ๒ มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทัพเรือภาคที่ ๒ เป็นหน่วยกำลังรบสำคัญของกองทัพเรือ มีภารกิจในการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนและการสนับสนุนในการพัฒนาประเทศ มีกำลังรบสำคัญ ประกอบด้วย เรือรบ ๑๐ ลำ อากาศยาน ๕ เครื่อง กำลังทางบกจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ มีพื้นที่รับผิดชอบ ๕ จังหวัดชายทะเล ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และ นราธิวาส โดยมีพื้นที่รับผิดชอบทางทะเลภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย ประมาณ ๑๑๓,๒๗๕ ตารางกิโลเมตร โดยกำลังรบและส่วนสนับสนุนเหล่านั้นได้หมุนเวียนออกปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ ๒ ทั้งทางบกและทางทะเลได้อย่างทันท่วงที
#ทัพเรือภาคที่ ๒
#เทิดทูนสถาบัน ยึดมั่นระเบียบวินัย ประชาชนภูมิใจ ทะเลไทยมั่นคง
#Fit for the Future
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ทร. เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ทร. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สพร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สพร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สพร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สพร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สพร. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สพร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สพร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน